รหัสสินค้า : 7002001 ยางมะตอย AC 60/70 บรรจุภัณฑ์ : 1 ถังใหญ่ ขนาด 200 ลิตร

รหัสสินค้า : 7002001

ราคา

12,038.00 THB

จำนวนที่จะซื้อ
ราคารวม 12,038.00 THB

สินค้าไม่เพียงพอ

สินค้าหมด

รายละเอียดสินค้า

ยางมะตอย AC 60/70 บรรจุภัณฑ์ : 1 ถังใหญ่ ขนาด 200 ลิตร

AC 60/70 หรือ Asphalt Cement เป็นวัสดุที่สกัดจากน้ำมันดิบสีดำ

นิยมมาใช้ในงานก่อสร้างถนนโดยใช้เป็นวัสดุผิวหน้า เป็นตัวยึดประสานกับวัสดุมวลรวม

คือทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมวัสดุต่างๆ ให้ติดกัน เช่น การผสมยางมะตอยกับหินขนาดต่างๆ

เพื่อใช้ทำผิวทาง ทำหน้าที่ประสานระหว่างวัสดุเดิม หินและทรายเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในการก่อสร้าง บำรุงรักษาผิวทาง และถ้าจะนำไปหยอดร่องคอนกรีต ต้องต้มก่อน คุณสมบัติแห้งเร็ว


ยางมะตอย AC 60/70 คืออะไร? ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติ การใช้งาน และการเลือกใช้สำหรับงานถนน

ยางมะตอยเป็นวัสดุสำคัญที่พบได้ในงานก่อสร้างถนน งานซ่อมบำรุงผิวทาง และงานวิศวกรรมโยธาหลายประเภท โดยมีหน้าที่สำคัญในการทำหน้าที่เป็นวัสดุประสานระหว่างมวลรวมต่าง ๆ เช่น หิน ทราย และวัสดุละเอียด เพื่อให้เกิดเป็นชั้นวัสดุที่มีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักและรองรับการจราจรได้

หนึ่งในเกรดยางมะตอยที่พบได้บ่อยในงานทางคือ AC 60/70 ซึ่งเป็นยางมะตอยประเภท Penetration Grade ที่ใช้เป็นวัสดุประสานสำหรับงานทางและงานแอสฟัลต์ตามข้อกำหนดของโครงการ

บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ความหมายของ AC 60/70 คุณสมบัติ หลักการทำงาน การใช้งาน ความแตกต่างจากยางมะตอยประเภทอื่น ตลอดจนข้อควรรู้ในการจัดเก็บและการนำไปใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกวัสดุได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะงาน


ยางมะตอยคืออะไร?

ยางมะตอย หรือ Asphalt/Bitumen เป็นวัสดุประเภทไฮโดรคาร์บอนที่มีลักษณะสีดำหรือดำเข้ม มีคุณสมบัติสำคัญคือมีความเหนียว สามารถยึดเกาะกับวัสดุประเภทหินและมวลรวมได้ดี และมีความหนืดที่เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ

ในงานก่อสร้างถนน ยางมะตอยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงวัสดุเคลือบผิว แต่มีบทบาทสำคัญในฐานะ Binder หรือวัสดุประสาน โดยทำหน้าที่เชื่อมอนุภาคของมวลรวมเข้าด้วยกัน

เมื่อมีการออกแบบส่วนผสมที่เหมาะสม ยางมะตอยจะช่วยให้วัสดุผิวทางมีคุณสมบัติด้านความแข็งแรง การยึดเกาะ ความเหนียว และความสามารถในการรองรับแรงจากการจราจร


AC 60/70 คืออะไร?

AC 60/70 โดยทั่วไปหมายถึง Asphalt Cement หรือ Paving Grade Bitumen ที่อยู่ในกลุ่ม Penetration Grade 60/70

ตัวเลข 60/70 เกี่ยวข้องกับช่วงค่าการทะลวงของเข็ม หรือ Penetration ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้จำแนกเกรดของยางมะตอย

การทดสอบ Penetration ใช้เข็มมาตรฐานกดลงบนตัวอย่างยางมะตอยภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แล้ววัดระยะที่เข็มสามารถทะลุลงไปได้

ค่าที่ได้สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ระดับความแข็งหรือความนิ่มของยางมะตอยภายใต้เงื่อนไขการทดสอบนั้น

ดังนั้น AC 60/70 จึงไม่ใช่ชื่อสี ไม่ใช่ขนาดของถัง และไม่ใช่ความหนาของยางมะตอย แต่เป็น การระบุเกรดของวัสดุตามระบบ Penetration Grade


ตัวเลข 60/70 หมายถึงอะไร?

คำว่า 60/70 สื่อถึงช่วงค่าการทะลวงของเข็มที่กำหนดไว้สำหรับเกรดดังกล่าวตามมาตรฐานที่ใช้กับผลิตภัณฑ์

หลักการสำคัญคือ

ค่าการทะลวงมาก → วัสดุมีแนวโน้มอ่อนหรือมีความแข็งต่ำกว่า

ค่าการทะลวงน้อย → วัสดุมีแนวโน้มแข็งกว่า

ดังนั้นโดยหลักการทั่วไป AC 60/70 จะมีความแข็งมากกว่าเกรดที่มีช่วง Penetration สูงกว่า เช่น 80/100 ภายใต้การเปรียบเทียบตามระบบเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การเลือกเกรดยางมะตอยไม่ควรตัดสินจากตัวเลข Penetration เพียงอย่างเดียว เพราะการใช้งานจริงยังเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ สภาพการจราจร ประเภทของงาน การออกแบบส่วนผสม และข้อกำหนดของโครงการ


คุณสมบัติสำคัญของยางมะตอย AC 60/70

ยางมะตอยมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากวัสดุทั่วไป เพราะคุณสมบัติของวัสดุสามารถเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิและเวลา

คุณสมบัติสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน ได้แก่

1. ความหนืด

ความหนืดเป็นคุณสมบัติที่มีความสำคัญต่อการขนถ่าย การสูบ การผสม และการนำยางมะตอยไปใช้งาน

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความหนืดของยางมะตอยจะลดลง ทำให้วัสดุสามารถไหลและเคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้น

เมื่ออุณหภูมิลดลง ความหนืดจะเพิ่มขึ้นและวัสดุจะมีลักษณะแข็งหรือเหนียวมากขึ้น


2. การยึดเกาะ

ยางมะตอยมีคุณสมบัติในการยึดเกาะกับมวลรวม จึงสามารถทำหน้าที่เป็นตัวประสานระหว่างหิน ทราย และวัสดุละเอียดในส่วนผสมแอสฟัลต์

การยึดเกาะที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับยางมะตอยเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ

  • ชนิดของมวลรวม
  • ความสะอาดของพื้นผิว
  • ความชื้น
  • อุณหภูมิ
  • การออกแบบส่วนผสม
  • วิธีการก่อสร้าง


3. ความเหนียว

ความเหนียวของยางมะตอยช่วยให้วัสดุสามารถรับการเปลี่ยนแปลงและแรงกระทำบางประเภทได้โดยไม่แตกออกจากกันง่าย

คุณสมบัตินี้มีความสำคัญต่อการทำงานของผิวทางที่ต้องรับแรงจากยานพาหนะอย่างต่อเนื่อง


4. ความไวต่ออุณหภูมิ

ยางมะตอยเป็นวัสดุที่มีพฤติกรรมขึ้นกับอุณหภูมิอย่างชัดเจน

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น วัสดุจะอ่อนตัวและมีความหนืดลดลง

เมื่ออุณหภูมิลดลง วัสดุจะมีความแข็งและความหนืดเพิ่มขึ้น

ด้วยเหตุนี้การควบคุมอุณหภูมิจึงมีความสำคัญอย่างมากในการใช้งาน Asphalt Cement


AC 60/70 ใช้ทำอะไร?

AC 60/70 สามารถใช้เป็นวัสดุประสานในงานทางและงานแอสฟัลต์ตามข้อกำหนดของงาน เช่น

  • การผลิต Asphalt Mix
  • งานก่อสร้างถนน
  • งานปรับปรุงผิวทาง
  • งานซ่อมบำรุงถนนบางประเภท
  • งานที่ต้องการ Asphalt Binder
  • งานก่อสร้างที่กำหนดให้ใช้ Penetration Grade 60/70

สิ่งสำคัญคือควรเลือกวิธีใช้งานตามการออกแบบและข้อกำหนดของโครงการ ไม่ควรนำ AC 60/70 ไปใช้แทนวัสดุแอสฟัลต์ชนิดอื่นโดยอัตโนมัติ


AC 60/70 มีความเกี่ยวข้องกับ Asphalt Concrete อย่างไร?

คำว่า Asphalt Concrete หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าแอสฟัลต์คอนกรีต หมายถึงวัสดุผสมที่ประกอบด้วยมวลรวมและ Asphalt Binder ตามการออกแบบส่วนผสม

ในกระบวนการผลิต Asphalt Concrete ยางมะตอยทำหน้าที่เป็นตัวประสานที่เคลือบและยึดเกาะมวลรวมเข้าด้วยกัน

ดังนั้นจึงควรแยกความหมายของ

AC 60/70

กับ

Asphalt Concrete

ออกจากกัน

AC 60/70 คือเกรดของ Asphalt Binder ส่วน Asphalt Concrete คือวัสดุผสมที่นำ Binder มาผสมกับมวลรวมตามสูตรการออกแบบ


ทำไม AC 60/70 จึงต้องควบคุมอุณหภูมิในการใช้งาน?

เนื่องจากความหนืดของ Asphalt Cement เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ การใช้งานจึงต้องควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับกระบวนการ

หากอุณหภูมิต่ำเกินไป ยางมะตอยอาจมีความหนืดสูงจน

  • สูบได้ยาก
  • ผสมกับมวลรวมได้ไม่ทั่วถึง
  • กระจายตัวได้ไม่ดี
  • ทำงานได้ยาก

ในทางกลับกัน หากให้ความร้อนสูงเกินไปหรือให้ความร้อนนานเกินความจำเป็น อาจทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของวัสดุและเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ดังนั้นการควบคุมอุณหภูมิควรอ้างอิงข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดของกระบวนการก่อสร้าง


การให้ความร้อน AC 60/70 ควรระวังอะไร?

การให้ความร้อน Asphalt Cement ไม่ควรใช้วิธีที่ทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดอย่างรุนแรง

สิ่งที่ควรระวัง ได้แก่

  • ไม่ให้ความร้อนเกินข้อกำหนด
  • หลีกเลี่ยงการให้ความร้อนโดยตรงกับภาชนะจนเกิดความร้อนเฉพาะจุด
  • ควบคุมอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม
  • ป้องกันการสัมผัสวัสดุร้อน
  • มีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสม
  • ปฏิบัติตาม SDS และคำแนะนำของผู้ผลิต


AC 60/70 กับ Asphalt Emulsion ต่างกันอย่างไร?

แม้ว่าทั้งสองชนิดจะเกี่ยวข้องกับงานแอสฟัลต์ แต่มีลักษณะทางกายภาพและวิธีการใช้งานแตกต่างกัน

AC 60/70 เป็น Asphalt Cement ที่มีความหนืดสูงและโดยทั่วไปต้องควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ส่วน Asphalt Emulsion เป็นระบบที่มีอนุภาคหรือหยดของยางมะตอยกระจายตัวอยู่ในน้ำด้วยสารช่วยสร้างอิมัลชัน ทำให้สามารถใช้งานในรูปของเหลวได้

ดังนั้นการเลือกใช้ควรพิจารณาจากประเภทงาน ไม่ควรคิดว่าวัสดุทั้งสองสามารถใช้แทนกันได้ทุกกรณี


AC 60/70 กับ AC 80/100 ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่ม Penetration Grade แต่มีช่วงค่าการทะลวงแตกต่างกัน

โดยหลักทั่วไป

AC 60/70 มีแนวโน้มแข็งกว่า AC 80/100

ส่วน AC 80/100 มีแนวโน้มอ่อนกว่า

แต่ไม่ได้หมายความว่าเกรดหนึ่ง “ดีกว่า” อีกเกรดหนึ่งเสมอไป

การเลือกเกรดที่เหมาะสมต้องพิจารณา

  • สภาพภูมิอากาศ
  • อุณหภูมิ
  • ปริมาณและประเภทการจราจร
  • ลักษณะงาน
  • Mix Design
  • ข้อกำหนดของโครงการ


AC 60/70 ใช้ทำ Tack Coat หรือ Prime Coat ได้หรือไม่?

คำถามนี้ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง

Prime Coat และ Tack Coat เป็นกระบวนการก่อสร้างที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

Prime Coat ใช้เพื่อช่วยปรับสภาพและสร้างการยึดเกาะระหว่างชั้นวัสดุบางประเภท ส่วน Tack Coat มีหน้าที่หลักในการสร้างการยึดเกาะระหว่างชั้นแอสฟัลต์

วัสดุที่ใช้ในงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการ ซึ่งอาจเป็น Asphalt Emulsion หรือผลิตภัณฑ์แอสฟัลต์ประเภทอื่น

ดังนั้นไม่ควรสรุปว่า AC 60/70 สามารถใช้แทนวัสดุสำหรับ Prime Coat หรือ Tack Coat ได้ทุกกรณี


ถัง AC 60/70 ขนาด 200 ลิตร หมายถึงอะไร?

บรรจุภัณฑ์ขนาด 200 ลิตร เป็นการระบุปริมาตรของผลิตภัณฑ์ในภาชนะ

ไม่ควรนำตัวเลข 200 ลิตรไปตีความว่าเป็นน้ำหนัก 200 กิโลกรัม เนื่องจาก

ลิตร = หน่วยปริมาตร

ขณะที่

กิโลกรัม = หน่วยมวล

หากต้องการคำนวณน้ำหนัก จำเป็นต้องทราบค่าความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์ก่อน

สูตรพื้นฐานคือ

มวล = ปริมาตร × ความหนาแน่น

ดังนั้นน้ำหนักจริงของยางมะตอยในถัง 200 ลิตรควรตรวจสอบจากข้อมูลของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นหรือเอกสาร Technical Data Sheet


AC 60/70 หนึ่งถังใช้ได้กี่ตารางเมตร?

ไม่สามารถกำหนดพื้นที่ใช้งานจากปริมาตร 200 ลิตรเพียงอย่างเดียวได้

เนื่องจากปริมาณการใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน เช่น

  • ใช้เป็น Binder หรือไม่
  • ความหนาของชั้นวัสดุ
  • อัตราการใช้ที่ออกแบบ
  • ประเภทพื้นผิว
  • วิธีการใช้งาน
  • การสูญเสียระหว่างการทำงาน

ดังนั้นหากต้องการคำนวณว่าหนึ่งถังสามารถรองรับพื้นที่ได้เท่าไร จะต้องทราบ อัตราการใช้ของงานนั้นก่อน

ตัวอย่างหลักการคำนวณคือ

พื้นที่ที่ทำได้ = ปริมาณวัสดุ ÷ อัตราการใช้ต่อพื้นที่

แต่ค่าที่นำมาใช้ต้องเป็นค่าที่ตรงกับกระบวนการก่อสร้างจริง


ความชื้นและฝนมีผลต่อการทำงานอย่างไร?

น้ำและความชื้นสามารถส่งผลต่อคุณภาพงานแอสฟัลต์ โดยเฉพาะในกระบวนการที่ต้องการให้วัสดุยึดเกาะกับพื้นผิว

หากพื้นผิวมีน้ำหรือเปียกมาก อาจเกิดปัญหา เช่น

  • การยึดเกาะลดลง
  • วัสดุกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ
  • เกิดข้อบกพร่องของชั้นวัสดุ
  • คุณภาพงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

ดังนั้นการทำงานในช่วงฝนตกหรือพื้นผิวเปียกควรได้รับการประเมินก่อนเริ่มงาน และต้องปฏิบัติตาม Specification ของโครงการ


ทำไมยางมะตอยจึงไหลหรือไม่เซตตัวตามที่คาด?

ปัญหานี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ และไม่ควรสรุปว่าเกิดจากคุณภาพของยางมะตอยเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

อุณหภูมิ

อุณหภูมิสูงทำให้ยางมะตอยมีความหนืดต่ำและไหลตัวได้ง่ายขึ้น

ปริมาณการใช้

หากใช้วัสดุมากเกินกว่าที่ออกแบบ อาจทำให้เกิดชั้นวัสดุที่หนาและมีพฤติกรรมแตกต่างจากที่คาด

พื้นผิว

ฝุ่น โคลน น้ำมัน หรือสิ่งปนเปื้อนสามารถลดประสิทธิภาพการยึดเกาะ

ความชื้น

พื้นผิวเปียกสามารถส่งผลต่อกระบวนการก่อสร้างและการยึดเกาะ

เลือกวัสดุผิดประเภท

ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีวิธีการใช้งานแตกต่างกัน เช่น Asphalt Cement กับ Asphalt Emulsion ไม่ควรนำมาใช้งานเหมือนกัน


การจัดเก็บ AC 60/70 ควรทำอย่างไร?

การจัดเก็บควรคำนึงถึงความปลอดภัยและการป้องกันการปนเปื้อน

ควรเก็บในพื้นที่ที่

  • แห้ง
  • มีการระบายอากาศ
  • ป้องกันฝนและน้ำ
  • ห่างจากแหล่งกำเนิดประกายไฟ
  • ห่างจากความร้อนที่ไม่จำเป็น
  • ป้องกันการกระแทกของภาชนะ
  • ป้องกันสิ่งสกปรกและวัสดุอื่นปนเปื้อน

ควรตรวจสอบฉลากสินค้าและเอกสาร SDS ของผลิตภัณฑ์เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างถูกต้อง


ความปลอดภัยในการทำงานกับยางมะตอย

สิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่งในการใช้งาน Asphalt Cement คือ การป้องกันการสัมผัสวัสดุร้อน

หากยางมะตอยถูกให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิสูง การสัมผัสโดยตรงสามารถทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรงได้

ผู้ปฏิบัติงานควรใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม เช่น

  • ถุงมือที่เหมาะกับงาน
  • แว่นตานิรภัย
  • เสื้อผ้าที่เหมาะสม
  • รองเท้านิรภัย
  • อุปกรณ์ป้องกันอื่นตามการประเมินความเสี่ยง

ควรมีขั้นตอนรับมือกรณีวัสดุหกรั่วไหล และควรอ่าน SDS ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน


สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อ AC 60/70

ก่อนสั่งซื้อควรตรวจสอบข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้

  1. ชื่อผลิตภัณฑ์
  2. Grade
  3. ปริมาณบรรจุ
  4. ผู้ผลิตหรือแหล่งที่มา
  5. Lot หรือ Batch
  6. วันที่ผลิต
  7. เอกสาร TDS
  8. SDS
  9. COA หากโครงการต้องการ
  10. มาตรฐานที่อ้างอิง
  11. Specification ของโครงการ
  12. เงื่อนไขการจัดส่ง

โดยเฉพาะงานโครงการ ควรตรวจสอบเอกสารก่อนสั่งซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าตรงตามข้อกำหนดของเจ้าของงาน


สรุป

ยางมะตอย AC 60/70 เป็น Asphalt Cement หรือ Paving Grade Bitumen ที่อยู่ในกลุ่ม Penetration Grade 60/70 และมีบทบาทสำคัญในงานทาง โดยเฉพาะการใช้เป็นวัสดุประสานในงานแอสฟัลต์

จุดสำคัญที่ควรทำความเข้าใจคือ AC 60/70 ไม่ใช่เพียง “ยางมะตอยสีดำ” แต่เป็นวัสดุวิศวกรรมที่มีคุณสมบัติด้านความหนืด การยึดเกาะ ความแข็ง ความเหนียว และการตอบสนองต่ออุณหภูมิ ซึ่งล้วนมีผลต่อคุณภาพของงาน

การเลือกใช้ AC 60/70 จึงควรพิจารณามากกว่าราคา โดยต้องดูทั้ง

ประเภทงาน + Specification + สภาพแวดล้อม + วิธีการก่อสร้าง + อุณหภูมิ + คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์

สำหรับผลิตภัณฑ์ AC 60/70 บรรจุถัง 200 ลิตร ควรตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค เช่น ค่าความหนาแน่น คุณสมบัติการทดสอบ และข้อกำหนดอื่นๆ จากเอกสารของผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายโดยตรง เนื่องจากรายละเอียดทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์แต่ละแหล่งอาจแตกต่างกัน

การเลือกวัสดุที่ตรงกับข้อกำหนดตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาหน้างาน เพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง และช่วยให้ได้คุณภาพผิวทางตามวัตถุประสงค์ของโครงการ


ส่วนประกอบของยางมะตอย AC 60/70

ยางมะตอย AC 60/70 เป็นวัสดุประเภท Asphalt Binder หรือ Asphalt Cement ซึ่งมีองค์ประกอบหลักเป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่มีโครงสร้างและน้ำหนักโมเลกุลหลากหลาย รวมถึงสารประกอบที่มีองค์ประกอบของกำมะถัน ไนโตรเจน และออกซิเจนในปริมาณแตกต่างกันตามแหล่งน้ำมันดิบ กระบวนการกลั่น และกระบวนการผลิต

โดยทั่วไป องค์ประกอบของยางมะตอยสามารถอธิบายเป็นกลุ่มสารสำคัญได้ดังนี้

1. Asphaltenes

Asphaltenes เป็นกลุ่มโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่และมีขั้วมากกว่าส่วนประกอบอื่นของยางมะตอย มีบทบาทสำคัญต่อความแข็ง ความหนืด และความสามารถในการรับแรงของ Binder

หากมีสัดส่วนหรือโครงสร้างของ Asphaltenes มากขึ้น ยางมะตอยโดยทั่วไปจะมีแนวโน้มแข็งและมีความหนืดสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพิจารณาปริมาณ Asphaltenes เพียงตัวเดียวเพื่อทำนายสมรรถนะของยางมะตอย เพราะโครงสร้างทางเคมีและปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน


2. Resins

Resins เป็นกลุ่มสารที่มีคุณสมบัติอยู่ระหว่าง Asphaltenes และน้ำมันในยางมะตอย โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการกระจายตัวและการคงสภาพของ Asphaltenes ภายในเฟสของยางมะตอย

Resins มีส่วนช่วยให้ระบบของ Asphalt Binder มีความต่อเนื่องและมีคุณสมบัติด้านการยึดเกาะ


3. Aromatics

Aromatics เป็นกลุ่มองค์ประกอบที่มีลักษณะค่อนข้างเป็นของเหลวและมีบทบาทต่อความสามารถในการไหลและความยืดหยุ่นของยางมะตอย

สัดส่วนขององค์ประกอบกลุ่มนี้มีผลต่อพฤติกรรมของ Binder โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง


4. Saturates

Saturates เป็นกลุ่มสารไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบของยางมะตอย มีผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพบางประการของ Binder

องค์ประกอบของ Saturates, Aromatics, Resins และ Asphaltenes มักถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการอธิบายโครงสร้างของยางมะตอยในเชิงเคมีและวัสดุศาสตร์


ระบบ SARA คืออะไร?

การแบ่งองค์ประกอบของ Asphalt Binder เป็น

S – Saturates

A – Aromatics

R – Resins

A – Asphaltenes

เรียกรวมกันว่า SARA Analysis

การวิเคราะห์ SARA สามารถช่วยให้นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเข้าใจองค์ประกอบของ Asphalt Binder และความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของวัสดุ

อย่างไรก็ตาม ค่า SARA ไม่ใช่ค่าที่ใช้ระบุว่า AC 60/70 ต้องมีสัดส่วนเท่าใดตายตัว เพราะองค์ประกอบทางเคมีของผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับแหล่งวัตถุดิบและกระบวนการผลิต

ดังนั้นหากต้องการระบุค่าจริงของ AC 60/70 รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ควรอ้างอิงผลทดสอบของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง


AC 60/70 มีการเติมสารอื่นหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต

AC 60/70 แบบ Asphalt Cement อาจเป็นวัสดุที่ได้จากกระบวนการกลั่นและปรับคุณสมบัติของน้ำมันดิบตามกระบวนการผลิต โดยไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการเติมสารเพิ่มประสิทธิภาพทุกผลิตภัณฑ์

ในผลิตภัณฑ์ Asphalt Binder บางประเภท อาจมีการปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารเติมแต่งหรือ Polymer เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะทาง แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นควรระบุรายละเอียดไว้ในเอกสารทางเทคนิค

ดังนั้น ไม่ควรระบุว่า AC 60/70 ทุกผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของ Polymer หรือสารเติมแต่งเหมือนกัน


ส่วนผสมของ Asphalt Concrete ต่างจากส่วนประกอบของ AC 60/70 อย่างไร?

ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะคำว่า “ส่วนผสม” อาจหมายถึงคนละเรื่องกัน

AC 60/70

คือ Binder

Asphalt Concrete

คือ วัสดุผสมที่ประกอบด้วย Binder + Aggregate + วัสดุละเอียด และองค์ประกอบอื่นตาม Mix Design

ดังนั้นเมื่อพูดถึง “ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีต” จะต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายส่วน


ส่วนประกอบหลักของ Asphalt Concrete

1. Coarse Aggregate

คือมวลรวมหยาบ เช่น หินที่มีขนาดตามที่กำหนดใน Mix Design

มีหน้าที่สำคัญในการรับแรงและสร้างโครงสร้างของมวลรวมภายในชั้นแอสฟัลต์

คุณสมบัติที่สำคัญ ได้แก่

  • ความแข็งแรง
  • ความทนทาน
  • รูปร่างของเม็ดหิน
  • ความสะอาด
  • ความต้านทานการสึกหรอ
  • ความสามารถในการยึดเกาะกับ Binder


2. Fine Aggregate

คือมวลรวมละเอียด เช่น ทรายหรือวัสดุละเอียดที่ผ่านการคัดขนาดตามข้อกำหนด

มีหน้าที่ช่วยเติมช่องว่างระหว่างมวลรวมหยาบและช่วยสร้างโครงสร้างของส่วนผสม


3. Mineral Filler

เป็นวัสดุที่มีขนาดละเอียดมาก ใช้ช่วยเติมช่องว่างในโครงสร้างของมวลรวมและมีผลต่อคุณสมบัติของ Asphalt Mixture

ตัวอย่างวัสดุที่อาจใช้เป็น Mineral Filler ได้แก่ วัสดุแร่ละเอียดที่ผ่านข้อกำหนดของโครงการ


4. Asphalt Binder

ในกรณีของส่วนผสมที่กำหนดให้ใช้ AC 60/70 ยางมะตอยจะทำหน้าที่เป็น Binder

Binder จะเคลือบผิวมวลรวมและช่วยยึดอนุภาคต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

ปริมาณ Binder ต้องกำหนดจากการออกแบบส่วนผสม ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับทุกงาน


อัตราส่วนผสมของ Asphalt Concrete เท่ากันทุกงานหรือไม่?

ไม่เท่ากัน

นี่เป็นเรื่องที่ควรเน้นมากในการให้ความรู้แก่ลูกค้า

ไม่สามารถกำหนดว่า

“หินกี่เปอร์เซ็นต์ + ทรายกี่เปอร์เซ็นต์ + AC 60/70 กี่เปอร์เซ็นต์”

แล้วนำไปใช้กับทุกโครงการได้

เพราะ Asphalt Mixture ต้องได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับ

  • ประเภทผิวทาง
  • ขนาดคละของมวลรวม
  • ปริมาณการจราจร
  • น้ำหนักรถ
  • สภาพภูมิอากาศ
  • คุณสมบัติของวัสดุ
  • ข้อกำหนดของโครงการ


ทำไมต้องมีการออกแบบ Mix Design?

Mix Design คือกระบวนการออกแบบส่วนผสมของวัสดุ เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่โครงการต้องการ

ตัวแปรสำคัญที่ต้องพิจารณา เช่น

  • Gradation ของมวลรวม
  • ปริมาณ Asphalt Binder
  • Air Voids
  • VMA
  • VFA
  • ความหนาแน่น
  • ความแข็งแรง
  • ความต้านทานการเสียรูป
  • ความทนทาน

ดังนั้นการกำหนดปริมาณ AC 60/70 ต้องอาศัยผลการออกแบบส่วนผสม ไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกงาน


ตัวอย่างให้เข้าใจง่าย

สมมติว่าต้องผลิต Asphalt Mix จำนวนหนึ่ง

ส่วนประกอบหลักอาจประกอบด้วย

มวลรวมหยาบ + มวลรวมละเอียด + Mineral Filler + Asphalt Binder

โดย AC 60/70 ทำหน้าที่เป็น Binder

แต่สัดส่วนจริงของแต่ละองค์ประกอบต้องมาจาก Mix Design ของโครงการ

ดังนั้นหากลูกค้าถามว่า

“AC 60/70 ต้องผสมกี่เปอร์เซ็นต์?”

คำตอบที่ถูกต้องคือ

“ต้องดู Mix Design ของงานก่อนครับ เพราะปริมาณ Asphalt Binder ที่เหมาะสมแตกต่างกันตามชนิดของ Asphalt Mixture และคุณสมบัติของวัสดุที่นำมาใช้”


ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณ AC 60/70 ในส่วนผสม

1. ขนาดคละของมวลรวม

Aggregate Gradation มีผลโดยตรงต่อช่องว่างภายในโครงสร้างของมวลรวม

หากช่องว่างเปลี่ยน ปริมาณ Binder ที่ต้องใช้ก็อาจเปลี่ยนตาม


2. พื้นที่ผิวของมวลรวม

มวลรวมที่มีขนาดเล็กจำนวนมากจะมีพื้นที่ผิวรวมสูง ทำให้ต้องใช้ Binder ในการเคลือบผิวมากขึ้นเมื่อเทียบกับส่วนผสมที่มีโครงสร้างแตกต่างกัน


3. ความพรุน

ช่องว่างภายในส่วนผสมมีผลต่อปริมาณ Binder และคุณสมบัติของ Asphalt Mixture


4. ประเภทของงาน

ถนนที่รับรถบรรทุกหนักและมีปริมาณการจราจรสูง อาจต้องการคุณสมบัติของส่วนผสมแตกต่างจากถนนที่มีการจราจรเบา


5. สภาพภูมิอากาศ

อุณหภูมิของพื้นที่มีผลต่อพฤติกรรมของ Asphalt Binder และ Asphalt Mixture


ถ้าใส่ AC 60/70 มากเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น?

การเพิ่ม Binder ไม่ได้หมายความว่าถนนจะแข็งแรงขึ้นเสมอไป

หากมี Binder มากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น

  • ความแข็งแรงของโครงสร้างลดลงในบางเงื่อนไข
  • วัสดุมีแนวโน้มเคลื่อนตัว
  • ผิวทางเกิดการเยิ้ม
  • เกิด Rutting หรือร่องล้อ
  • ช่องว่างในส่วนผสมลดลงมากเกินไป

ดังนั้นปริมาณ Binder ต้องได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม


ถ้าใส่ AC 60/70 น้อยเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น?

ในทางกลับกัน หากมี Binder น้อยเกินไป อาจทำให้

  • มวลรวมเคลือบไม่เพียงพอ
  • การยึดเกาะลดลง
  • ส่วนผสมมีความทนทานลดลง
  • เกิดการหลุดร่อน
  • ผิวทางมีแนวโน้มแตกร้าวหรือเสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้น

จึงต้องหาสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่าง Aggregate Structure + Binder Content + Air Voids + Performance


สรุปเรื่อง “ส่วนผสม” ของ AC 60/70

สิ่งสำคัญที่ควรจำคือ

AC 60/70 เอง = Asphalt Binder

ส่วน

Asphalt Concrete = Aggregate + Asphalt Binder + ส่วนประกอบอื่นตาม Mix Design

ดังนั้นไม่ควรนำ “สูตรส่วนผสมของ Asphalt Concrete” ไปอธิบายว่าเป็น “ส่วนผสมของ AC 60/70”

และไม่ควรกำหนดเปอร์เซ็นต์ของ AC 60/70 แบบตายตัวโดยไม่มีข้อมูลการออกแบบส่วนผสม

สำหรับการใช้งานจริง ควรอ้างอิง Specification, Mix Design, Technical Data Sheet และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องของโครงการ เป็นหลัก

Visitors: 309,431