รหัสสินค้า : 7002002 ยางมะตอย CRS-2 บรรจุภัณฑ์ : 1 ถังใหญ่ ขนาด 200 ลิตร
รหัสสินค้า : 7002002
| ราคา |
7,704.00 THB |
| จำนวนที่จะซื้อ | |
| ราคารวม | 7,704.00 THB |
สินค้าไม่เพียงพอ
สินค้าหมด
รายละเอียดสินค้า
ยางมะตอย CRS-2 บรรจุภัณฑ์ : 1 ถังใหญ่ ขนาด 200 ลิตร
ยางมะตอยชนิดน้ำ (CRS-2) ยางแอสฟัลต์อิมัลชั่นที่ผิวมีประจุบวก โดยมีอัตราการจับตัว หรือการระเหยออกของน้ำเร็ว คือแอสฟัลต์ที่เกิดจากการนำแอสฟัลต์ซิเมนต์มาทำให้เกิดการกระจายเป็นอนุภาคเล็กๆอยู่ในน้ำ และสารอิมัลซิไฟเออช่วยรักษาความเหลว โดยเมื่อนำไปใช้ น้ำจะระเหยไปคงเหลือไว้แต่แอสฟัลต์ยึดเกาะตัวกันเคลือบหรือหุ้มโดยรอบวัสดุมวลรวม หรือพื้นผิวทาง เหมาะแก่การทำ Tack Coat และสามารถใช้ยาแนวรอยต่อคอนกรีตได้ ไม่ต้องต้ม แห้งช้า สามารถใช้ทรายโรยได้เพื่อให้ยางแห้งเร็ว คุณสมบัติเด่นยางมะตอยชนิดน้ำ (CRS-2) คือ เป็นยางมะตอยชนิดเหลวใช้งานง่าย สามารถใช้งานในอุณหภูมิปกติได้ ช่วยประสานยึดเกาะวัสดุ ใช้สำหรับการทำงานพ่นลาดบางๆ ลงบนผิวทางเดิม
ยางมะตอย CRS-2 คืออะไร? ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับส่วนประกอบ คุณสมบัติ การใช้งาน และการเซตตัว
ยางมะตอย CRS-2 บรรจุภัณฑ์ 1 ถังใหญ่ ขนาด 200 ลิตร เป็นวัสดุประเภท Cationic Rapid Setting Asphalt Emulsion หรือยางมะตอยอิมัลชันชนิดประจุบวกที่ออกแบบให้เกิดการเซตตัวในอัตราที่รวดเร็ว เหมาะสำหรับงานก่อสร้างและบำรุงรักษาผิวทางบางประเภท โดยเฉพาะงานที่ต้องการให้ยางมะตอยทำหน้าที่เป็นวัสดุประสานกับมวลรวม
หัวใจสำคัญของ CRS-2 ไม่ได้อยู่ที่คำว่า “ยางมะตอย” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ ระบบ Emulsion ซึ่งทำให้ยางมะตอยสามารถอยู่ในรูปของเหลวและนำไปกระจายบนพื้นผิวหรือมวลรวมได้ ก่อนที่จะเกิดกระบวนการ Breaking และเปลี่ยนกลับไปเป็นชั้น Asphalt Binder ที่ทำหน้าที่ประสานวัสดุ
มาตรฐาน ASTM D2397/D2397M ครอบคลุม Cationic Emulsified Asphalt หลายเกรด และกำหนดให้พิจารณาคุณสมบัติ เช่น ความหนืด ความเสถียรในการเก็บ การแยกตัว ความสามารถในการเคลือบมวลรวม การทนน้ำ และประจุของอนุภาค เป็นต้น
CRS-2 ย่อมาจากอะไร?
ชื่อ CRS-2 สามารถอธิบายตามระบบการจำแนก Asphalt Emulsion ได้ดังนี้
C = Cationic
หมายถึง Asphalt Emulsion ที่มีลักษณะเป็น ประจุบวก
คุณสมบัติด้านประจุเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจำแนก Asphalt Emulsion และมีความเกี่ยวข้องกับปฏิสัมพันธ์ระหว่าง Emulsion กับมวลรวม
ASTM ระบุการระบุชนิด Cationic Emulsified Asphalt ผ่านการเคลื่อนที่ของอนุภาคไปยังขั้วไฟฟ้าที่มีประจุลบ โดยอนุภาคที่มีประจุบวกจัดเป็น Cationic
RS = Rapid Setting
หมายถึง Rapid Setting หรือเป็น Emulsion ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีพฤติกรรมการเซตตัวอย่างรวดเร็ว
คำว่า Rapid Setting ไม่ควรเข้าใจว่า “แห้งทันทีหลังพ่น” หรือมีเวลาการเซตตัวเป็นตัวเลขเดียวกันในทุกสภาพแวดล้อม
การ Breaking จริงได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น
- ชนิดของมวลรวม
- ความสะอาดของพื้นผิว
- ความชื้น
- อุณหภูมิ
- สภาพอากาศ
- อัตราการใช้
- วิธีการพ่น
- ลักษณะของงาน
2 = ระดับเกรดของผลิตภัณฑ์
เลข 2 เป็นส่วนหนึ่งของระบบการจำแนกเกรดของ Cationic Asphalt Emulsion โดยเกี่ยวข้องกับระดับความหนืดและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง
เอกสารของ FHWA ที่สรุประบบการจำแนกตาม ASTM แสดง CRS-2 อยู่ในกลุ่ม Cationic / Rapid Setting และมีช่วงความหนืดสูงกว่า CRS-1 ตามระบบดังกล่าว
CRS-2 มีส่วนประกอบอะไร?
ในเชิงหลักการ CRS-2 เป็นระบบที่ประกอบด้วย Asphalt + Water + Emulsifying Agent และอาจมีสารเติมแต่งอื่นตามสูตรของผู้ผลิต
FHWA อธิบาย Asphalt Emulsion ว่าเป็นส่วนผสมของ Liquid Asphalt, Emulsifying Agent และ Water รวมถึงอาจมีสารเติมแต่งเพื่อช่วยด้านความเสถียร
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนที่แน่นอนของแต่ละองค์ประกอบ ไม่ควรระบุเป็นตัวเลขตายตัวสำหรับ CRS-2 ทุกผลิตภัณฑ์ เพราะสูตรผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและข้อกำหนดของสินค้า
1. Asphalt
Asphalt เป็นส่วนสำคัญที่เหลืออยู่หลังจากกระบวนการ Emulsion Breaking และทำหน้าที่เป็น Binder
เมื่อ Emulsion ถูกนำไปใช้งาน น้ำที่เป็นตัวกลางจะค่อย ๆ แยกออกจากระบบ ทำให้ Asphalt สามารถรวมตัวและสร้างชั้นวัสดุประสานบนพื้นผิวหรือรอบ ๆ มวลรวม
กล่าวง่าย ๆ คือ
ก่อน Breaking → Asphalt อยู่ในรูป Emulsion
หลัง Breaking → Asphalt กลับมาทำหน้าที่เป็น Binder
2. น้ำ
น้ำเป็นเฟสสำคัญของ Asphalt Emulsion
หน้าที่สำคัญคือทำให้ Asphalt สามารถกระจายตัวเป็นหยดเล็ก ๆ อยู่ภายในระบบที่เป็นของเหลว
การมีน้ำเป็นตัวกลางทำให้ CRS-2 มีลักษณะเป็นของเหลวและสามารถนำไปพ่นหรือกระจายบนพื้นผิวตามกระบวนการที่ออกแบบไว้
เมื่อเกิด Breaking น้ำจะค่อย ๆ แยกออกจากระบบ
3. Emulsifying Agent
Emulsifying Agent เป็นส่วนประกอบที่มีบทบาทสำคัญมากในการสร้างและรักษาเสถียรภาพของ Asphalt Emulsion
สารชนิดนี้ช่วยให้หยด Asphalt สามารถกระจายตัวอยู่ในน้ำได้ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับ
- ประจุของ Emulsion
- ความเสถียร
- การเคลือบมวลรวม
- การ Breaking
- การยึดเกาะ
ดังนั้น Emulsifying Agent ไม่ได้เป็นเพียง “สารเติมน้ำมัน” แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบ Emulsion
4. สารเติมแต่ง
ผลิตภัณฑ์บางสูตรอาจมีสารเติมแต่งเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติเฉพาะ เช่น
- ความเสถียร
- การยึดเกาะ
- การ Breaking
- ความสามารถในการทำงาน
แต่การระบุชนิดหรือปริมาณสารเติมแต่งต้องอ้างอิงจากข้อมูลของผู้ผลิตโดยตรง
CRS-2 ทำงานอย่างไร?
การทำงานของ CRS-2 สามารถอธิบายเป็นลำดับได้ดังนี้
ขั้นที่ 1 Emulsion อยู่ในรูปของเหลว
Asphalt ถูกกระจายตัวอยู่ในน้ำ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะเป็นของเหลว
ขั้นที่ 2 นำไปกระจายบนพื้นผิวหรือมวลรวม
สามารถใช้วิธีการที่เหมาะสมกับงาน เช่น การพ่นหรือกระจายตามกระบวนการก่อสร้าง
ขั้นที่ 3 เกิด Breaking
ระบบ Emulsion เริ่มสูญเสียเสถียรภาพตามกระบวนการที่ออกแบบไว้
ขั้นที่ 4 น้ำแยกออกจาก Asphalt
Asphalt เริ่มรวมตัวกันมากขึ้น
ขั้นที่ 5 Asphalt ทำหน้าที่เป็น Binder
เมื่อกระบวนการดำเนินต่อไป Asphalt จะทำหน้าที่เป็นวัสดุประสานและยึดเกาะกับพื้นผิวหรือมวลรวม
กระบวนการนี้เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของ Asphalt Emulsion
Breaking คืออะไร?
Breaking เป็นคำสำคัญมากสำหรับผู้ที่ทำงานกับ Asphalt Emulsion
Breaking คือกระบวนการที่ระบบ Emulsion เปลี่ยนจากการที่ Asphalt กระจายตัวอยู่ในน้ำ ไปสู่การที่ Asphalt เริ่มรวมตัวและแยกออกจากเฟสน้ำ
ในระหว่างกระบวนการนี้ สีและลักษณะของวัสดุอาจเปลี่ยนไป และ Asphalt จะเริ่มสร้างฟิล์ม Binder บนพื้นผิวหรือมวลรวม
ดังนั้นคำว่า “CRS-2 แห้ง” ในภาษาหน้างาน อาจไม่แม่นยำเท่ากับการพูดว่า Emulsion เกิด Breaking และ Asphalt Residue กำลังพัฒนาเป็นชั้น Binder
ปัจจัยที่มีผลต่อการ Breaking ของ CRS-2
แม้ CRS-2 จะเป็น Rapid Setting แต่ความเร็วในการ Breaking ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเกรดเพียงอย่างเดียว
1. ชนิดของมวลรวม
มวลรวมแต่ละชนิดมีคุณสมบัติทางเคมีและพื้นผิวแตกต่างกัน
จึงสามารถตอบสนองกับ Asphalt Emulsion แตกต่างกัน
ASTM ระบุว่าการเลือก Cationic Emulsified Asphalt ควรพิจารณาความเข้ากันได้กับ Aggregate หรือ Sand ที่นำมาใช้ด้วย
2. ความสะอาดของมวลรวม
ฝุ่น ดิน หรือวัสดุละเอียดที่ไม่เหมาะสมอาจรบกวนการเคลือบและการยึดเกาะ
ดังนั้น Aggregate ที่ใช้ในงานต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของงาน
3. ความชื้น
น้ำเป็นองค์ประกอบของ Emulsion อยู่แล้ว แต่ความชื้นส่วนเกินบนพื้นผิวหรือในมวลรวมสามารถส่งผลต่อกระบวนการก่อสร้างและการ Breaking
4. อุณหภูมิ
อุณหภูมิของวัสดุ พื้นผิว และอากาศมีผลต่อการไหล การกระจายตัว และการ Breaking
5. ลม
ลมสามารถส่งผลต่อการสูญเสียความชื้นจากพื้นผิวและพฤติกรรมของ Emulsion
แต่ลมแรงเกินไปอาจทำให้การพ่นหรือการกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ
6. ปริมาณการใช้
การใช้ CRS-2 มากหรือน้อยเกินไปจากอัตราที่ออกแบบไว้อาจส่งผลต่อคุณภาพและระยะเวลาการ Breaking
CRS-2 ใช้ในงานอะไร?
CRS-2 เป็นวัสดุสำหรับงานทางและงานบำรุงรักษาผิวทางบางประเภท
งานที่พบได้ เช่น
งาน Chip Seal
เป็นงานที่นำ Asphalt Emulsion มาใช้เป็นวัสดุประสานกับมวลรวมที่กระจายบนพื้นผิว
กระบวนการโดยหลักประกอบด้วย
เตรียมพื้นผิว → พ่น Emulsion → โรย Aggregate → กลิ้ง/กด → เกิด Breaking → เกิดชั้นผิวทาง
อัตราการใช้และรายละเอียดของกระบวนการต้องมาจากการออกแบบงาน
งาน Surface Treatment
ใช้เป็น Binder ในระบบปรับปรุงหรือบำรุงรักษาผิวทางตามวิธีการที่กำหนด
งาน Seal Treatment
สามารถนำไปใช้ในงานปิดผิวหรือบำรุงรักษาผิวทางบางประเภท โดยต้องเลือกวิธีการให้เหมาะกับสภาพพื้นผิว
CRS-2 ใช้กับงานถนนอย่างไร?
ก่อนใช้งานต้องประเมินสภาพถนนก่อน
สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- สภาพผิวเดิม
- รอยแตกร้าว
- หลุมบ่อ
- การหลุดร่อน
- ความสะอาด
- ความชื้น
- ความลาดเอียง
- การระบายน้ำ
- ปริมาณการจราจร
CRS-2 ไม่ได้ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาโครงสร้างถนนทุกประเภท
หากโครงสร้างชั้นทางเสียหายอย่างรุนแรง การพ่น Emulsion เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้
การเตรียมพื้นผิวก่อนใช้ CRS-2
การเตรียมพื้นผิวเป็นขั้นตอนสำคัญมาก
ควรตรวจสอบว่า
พื้นผิวสะอาด
ต้องกำจัด
- ฝุ่น
- ดิน
- เศษวัสดุ
- สิ่งสกปรก
- วัสดุหลุดร่อน
พื้นผิวอยู่ในสภาพเหมาะสม
ไม่ควรมีน้ำขังหรือสภาพที่ทำให้การยึดเกาะผิดไปจากที่ออกแบบ
ต้องซ่อมความเสียหายก่อน
หากมีหลุมบ่อหรือความเสียหายของโครงสร้าง ควรซ่อมตามวิธีที่เหมาะสมก่อนทำ Surface Treatment
CRS-2 ต้องให้ความร้อนหรือไม่?
Asphalt Emulsion ถูกออกแบบให้อยู่ในรูปของเหลว จึงมีข้อได้เปรียบด้านการใช้งานเมื่อเทียบกับกระบวนการที่ต้องทำให้ Asphalt Binder มีความหนืดต่ำด้วยความร้อนสูง
แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
อุณหภูมิยังมีผลต่อ
- ความหนืด
- การพ่น
- การกระจายตัว
- การ Breaking
- การยึดเกาะ
ดังนั้นควรปฏิบัติตามช่วงอุณหภูมิและวิธีการใช้งานที่ระบุใน TDS ของผลิตภัณฑ์
CRS-2 สามารถพ่นด้วยเครื่องพ่นได้หรือไม่?
ได้ หากเครื่องมือได้รับการออกแบบและตั้งค่ามาสำหรับ Asphalt Emulsion
ระบบพ่นต้องสามารถควบคุม
- อัตราการไหล
- ความดัน
- ความเร็วรถ
- ความกว้างของการพ่น
- ความสม่ำเสมอของการพ่น
การพ่นที่ไม่สม่ำเสมออาจทำให้เกิดพื้นที่ที่มีวัสดุมากหรือน้อยเกินไป
ทำไมต้องควบคุมอัตราการพ่น?
เพราะปริมาณ CRS-2 ที่มากหรือน้อยเกินไปสามารถส่งผลต่อคุณภาพของงาน
ถ้าใช้น้อยเกินไป
อาจเกิด
- การเคลือบไม่ทั่วถึง
- การยึดเกาะไม่เพียงพอ
- Aggregate หลุด
- ผิวทางเสื่อมเร็ว
ถ้าใช้มากเกินไป
อาจเกิด
- Asphalt เหลือมากเกินไป
- ผิวเยิ้ม
- Aggregate จม
- การยึดเกาะไม่เป็นไปตามที่ออกแบบ
- ใช้เวลาการ Breaking แตกต่างจากที่คาด
ดังนั้นอัตราการใช้ต้องได้รับการออกแบบจากข้อมูลของงานจริง
CRS-2 หนึ่งถัง 200 ลิตรทำได้กี่ตารางเมตร?
คำถามนี้ไม่สามารถตอบด้วยตัวเลขเดียวได้
เพราะพื้นที่ที่ทำได้ขึ้นอยู่กับ อัตราการพ่น
ตัวอย่างหลักการคำนวณ
พื้นที่ = ปริมาณ CRS-2 ÷ อัตราการใช้ต่อพื้นที่
หากมี CRS-2 จำนวน 200 ลิตร และงานกำหนดอัตราการใช้เป็น X ลิตร/ตารางเมตร
พื้นที่โดยทฤษฎีจะเท่ากับ
200 ÷ X ตารางเมตร
แต่ในงานจริงต้องพิจารณาการสูญเสีย การตั้งเครื่องพ่น สภาพพื้นผิว และข้อกำหนดของโครงการด้วย
ดังนั้นฝ่ายขายไม่ควรตอบว่า “1 ถังทำได้กี่ตารางเมตร” โดยไม่ทราบประเภทงานและอัตราการใช้
วิธีคำนวณปริมาณ CRS-2
หากทราบพื้นที่และอัตราการใช้ สามารถใช้สูตร
ปริมาณ CRS-2 = พื้นที่ × อัตราการใช้
ตัวอย่าง
หากโครงการกำหนดอัตราการใช้เป็น 0.XX ลิตร/ตารางเมตร
และพื้นที่ทั้งหมด 10,000 ตารางเมตร
ปริมาณตามทฤษฎีคือ
10,000 × 0.XX = ปริมาณที่ต้องใช้
จากนั้นควรพิจารณาปัจจัยสูญเสียและวิธีการทำงานตาม Specification
ตัวเลขอัตราการใช้ต้องมาจากการออกแบบงาน ไม่ควรกำหนดจากสูตรทั่วไปเพียงอย่างเดียว
CRS-2 ใช้ตอนฝนตกได้หรือไม่?
โดยทั่วไปไม่ควรเริ่มงานหรือดำเนินงานต่อโดยไม่ประเมินสภาพอากาศและพื้นผิว
ฝนสามารถส่งผลต่อ
- การกระจายตัว
- การ Breaking
- การยึดเกาะ
- ปริมาณน้ำบนพื้นผิว
- การคงตัวของชั้นวัสดุ
หากมีฝนระหว่างการทำงาน ควรประเมินพื้นที่ที่ทำไปแล้วก่อนดำเนินการต่อ
ถ้าพื้นผิวเปียก ใช้ CRS-2 ได้หรือไม่?
ต้องดูข้อกำหนดของระบบงานและคำแนะนำของผู้ผลิต
คำว่า “Asphalt Emulsion ใช้กับพื้นผิวชื้นได้” ไม่ได้หมายความว่า สามารถทำงานบนพื้นผิวที่มีน้ำขังหรือเปียกมากได้โดยไม่มีผลกระทบ
ต้องแยกให้ออกระหว่าง
Damp Surface
กับ
Wet / Water Ponding Surface
เพราะมีผลต่อการก่อสร้างแตกต่างกัน
ทำไม CRS-2 ถึงไม่เซตตัว?
หาก CRS-2 ยังคงมีลักษณะเป็นของเหลวหรือ Breaking ช้ากว่าที่คาด ควรตรวจสอบปัจจัยต่อไปนี้
1. อุณหภูมิต่ำ
อุณหภูมิที่ต่ำอาจทำให้กระบวนการเกิดช้าลง
2. ความชื้นสูง
อากาศชื้นอาจส่งผลต่อการสูญเสียน้ำ
3. ฝน
น้ำเพิ่มเติมจากฝนอาจรบกวนกระบวนการ
4. Aggregate ไม่เหมาะสม
พื้นผิวและคุณสมบัติของ Aggregate มีผลต่อการ Breaking
5. อัตราการใช้สูงเกินไป
ชั้น Emulsion ที่หนาเกินไปอาจใช้เวลานานกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ต้องการ
6. พื้นผิวสกปรก
ฝุ่นและวัสดุปนเปื้อนสามารถลดการสัมผัสระหว่าง Binder กับพื้นผิว
ถ้า CRS-2 แยกชั้นในถัง เกิดจากอะไร?
Asphalt Emulsion สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างการเก็บได้
สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ
- ระยะเวลาการเก็บ
- อุณหภูมิ
- การแช่แข็ง
- การปนเปื้อน
- สภาพภาชนะ
- ความเสถียรของผลิตภัณฑ์
ASTM ระบุว่าความเป็นเนื้อเดียวกันของ Cationic Emulsified Asphalt เป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด โดยต้องคำนึงถึงการแยกตัวที่ไม่ได้เกิดจากการแช่แข็งด้วย
หากพบการแยกชั้นผิดปกติ ไม่ควรตัดสินจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียวว่าผลิตภัณฑ์ยังใช้ได้หรือไม่ ควรตรวจสอบเอกสารและสอบถามผู้ผลิต
การจัดเก็บ CRS-2
การจัดเก็บมีผลต่อคุณภาพของ Asphalt Emulsion
ควรเก็บในภาชนะที่เหมาะสมและปิดให้เรียบร้อย
ควรหลีกเลี่ยง
- การปนเปื้อน
- ฝน
- น้ำที่ไม่ควรเข้าสู่ผลิตภัณฑ์
- อุณหภูมิสุดขั้ว
- การแช่แข็ง
- การเก็บเป็นเวลานานเกินกำหนด
ควรตรวจสอบคำแนะนำการจัดเก็บจากผู้ผลิตเป็นหลัก
CRS-2 กลัวการแช่แข็งหรือไม่?
ควรป้องกันการแช่แข็ง
เพราะการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพจากการแช่แข็งสามารถส่งผลต่อโครงสร้างของ Emulsion และทำให้คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลง
ดังนั้นควรจัดเก็บในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ถัง CRS-2 ขนาด 200 ลิตรหนักกี่กิโลกรัม?
200 ลิตรไม่ได้หมายความว่า 200 กิโลกรัม
เนื่องจาก
ลิตร = ปริมาตร
ส่วน
กิโลกรัม = มวล
การคำนวณต้องใช้ค่าความหนาแน่น
มวล = ปริมาตร × ความหนาแน่น
และ CRS-2 เป็น Emulsion ที่ประกอบด้วย Asphalt และน้ำ ดังนั้นค่าความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์ต้องอ้างอิงจาก TDS ของสินค้าจริง
หากต้องการน้ำหนักรวมพร้อมถัง ต้องนำ น้ำหนักภาชนะ มารวมด้วย
อายุการเก็บของ CRS-2
ไม่ควรกำหนดอายุการเก็บเป็นตัวเลขเดียวสำหรับ CRS-2 ทุกยี่ห้อ
ควรตรวจสอบจาก
- วันที่ผลิต
- Batch
- Shelf Life
- เงื่อนไขการเก็บรักษา
- TDS
- SDS
- เอกสารจากผู้ผลิต
หากผลิตภัณฑ์ถูกเก็บไว้นาน ควรตรวจสอบคุณภาพก่อนนำไปใช้งาน
คุณสมบัติอะไรที่ควรตรวจสอบใน CRS-2?
สำหรับงานโครงการหรือการตรวจรับสินค้า ควรพิจารณาข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง เช่น
- Viscosity
- Storage Stability
- Demulsibility
- Particle Charge
- Residue
- Water Content
- Sieve Test
- Cement Mixing Test ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- Coating Ability
- Water Resistance
มาตรฐาน ASTM D2397/D2397M ระบุคุณสมบัติหลายรายการที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพ Cationic Emulsified Asphalt
ค่าที่แท้จริงของสินค้า CRS-2 ที่จำหน่ายควรอ้างอิง TDS หรือ COA ของผลิตภัณฑ์ล็อตนั้น ไม่ควรนำค่าจากผลิตภัณฑ์คนละผู้ผลิตมาใช้แทนกัน
CRS-2 มีมาตรฐานอะไรเกี่ยวข้องบ้าง?
หนึ่งในมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องคือ
ASTM D2397/D2397M — Standard Specification for Cationic Emulsified Asphalt
มาตรฐานนี้ครอบคลุม Cationic Emulsified Asphalt และกำหนดข้อกำหนดสำหรับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ตามเกรดที่ระบุ
นอกจากนี้ งานในแต่ละประเทศหรือแต่ละโครงการอาจอ้างอิงมาตรฐานอื่น เช่น AASHTO หรือข้อกำหนดของหน่วยงานเจ้าของงาน ดังนั้นก่อนจัดซื้อควรตรวจสอบ Specification ของโครงการเป็นหลัก
ความปลอดภัยในการใช้ CRS-2
แม้ CRS-2 จะเป็น Asphalt Emulsion แต่ผู้ปฏิบัติงานยังต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย
ควร
- อ่าน SDS ก่อนใช้งาน
- สวมถุงมือที่เหมาะสม
- ใช้แว่นตานิรภัย
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังและดวงตา
- หลีกเลี่ยงการสูดดมละอองจากการพ่น
- ใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะกับวิธีการทำงาน
- จัดเตรียมวิธีรับมือกรณีหกรั่วไหล
หากใช้เครื่องพ่น ต้องควบคุมแรงดันและทิศทางการพ่นเพื่อไม่ให้ละอองเข้าสู่ผู้ปฏิบัติงาน
สิ่งที่ไม่ควรทำกับ CRS-2
เพื่อรักษาคุณภาพของวัสดุ ควรหลีกเลี่ยงการ
- เติมน้ำโดยพลการ
- ผสมสารอื่นเอง
- ผสมกับ Emulsion คนละเกรดโดยไม่มีคำแนะนำ
- เก็บในสภาพที่อาจเกิดการแช่แข็ง
- ปล่อยให้สิ่งสกปรกเข้าไปในถัง
- ใช้สินค้าที่เกินอายุโดยไม่ตรวจสอบ
- ใช้ในฝนตกหนัก
- ใช้บนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
- เพิ่มอัตราการพ่นโดยไม่มีการออกแบบ
- ให้ความร้อนโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้ผลิต
ก่อนใช้งาน CRS-2 ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?
สามารถใช้ Checklist นี้สำหรับฝ่ายขาย ช่าง และผู้ควบคุมงานได้
ตรวจสอบสินค้า
□ ชื่อสินค้า CRS-2
□ Batch/Lot
□ วันที่ผลิต
□ อายุการใช้งาน
□ ภาชนะสมบูรณ์
□ ไม่มีสิ่งปนเปื้อน
□ ตรงตาม Specification
ตรวจสอบพื้นที่
□ พื้นผิวสะอาด
□ ไม่มีฝุ่นมากเกินไป
□ ไม่มีน้ำขัง
□ ไม่มีวัสดุหลุดร่อน
□ ซ่อมจุดเสียหายแล้ว
ตรวจสอบสภาพอากาศ
□ ไม่มีฝน
□ อุณหภูมิเหมาะสม
□ ลมไม่รุนแรงเกินไป
□ มีเวลาเพียงพอให้กระบวนการ Breaking ดำเนินไป
ตรวจสอบเครื่องมือ
□ เครื่องพ่นพร้อมใช้งาน
□ หัวพ่นเหมาะสม
□ สามารถควบคุมอัตราการพ่นได้
□ ระบบสูบทำงานปกติ
สรุป
CRS-2 ขนาด 200 ลิตร เป็น Cationic Rapid Setting Asphalt Emulsion ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นวัสดุประสานในงานทางบางประเภท โดยมีโครงสร้างพื้นฐานของระบบเป็น Asphalt + Water + Emulsifying Agent และอาจมีสารเติมแต่งตามสูตรของผู้ผลิต
จุดสำคัญในการทำความเข้าใจ CRS-2 คือการเข้าใจกระบวนการ Emulsion → Breaking → Asphalt Residue → Binder
ประสิทธิภาพของวัสดุไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับ
ชนิดของมวลรวม + สภาพพื้นผิว + ความสะอาด + ความชื้น + อุณหภูมิ + สภาพอากาศ + อัตราการพ่น + วิธีการก่อสร้าง
ดังนั้นการใช้งาน CRS-2 ให้ได้ผลดีควรเริ่มจากการเลือกวัสดุให้ตรงกับ Specification เตรียมพื้นผิวอย่างเหมาะสม ควบคุมอัตราการใช้และสภาพหน้างาน รวมถึงปฏิบัติตาม TDS และ SDS ของผลิตภัณฑ์จริง
สำหรับ CRS-2 บรรจุภัณฑ์ 1 ถังใหญ่ ขนาด 200 ลิตร หากต้องการข้อมูลเฉพาะ เช่น น้ำหนักสุทธิ ความหนาแน่น ปริมาณ Residue ความหนืด อัตราการใช้ อุณหภูมิการใช้งาน หรืออายุการเก็บ ควรอ้างอิงเอกสารทางเทคนิคของสินค้ารุ่นและล็อตที่จำหน่ายจริง เพื่อให้ข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้

.png)
.png)
.png)
.png)
.png)